วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2552

คุณรู้จักวิตามิน H หรือยัง

คุณรู้จักวิตามิน H หรือยัง

หลายคนอาจจะรู้จักวิตามิน H ในชื่อของ “ไบโอติน” มากกว่า ไบโอตินจัดอยู่ในกลุ่มวิตามินบี ซึ่งเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ

ประโยชน์ต่อร่างกาย

ไบโอตินช่วยในกระบวนการเผาผลาญไขมัน คาร์โบไฮเดรต และโปรตีน จำเป็นต่อการสังเคราะห์กรดไขมันและกรดอะมิโนเพื่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยให้ระบบประสาททำงานได้ตามปกติ และช่วยบำรุงสุขภาพผิวหนังและผม มักมีการกล่าวอ้างว่า อาหารเสริมไบโอตินมีประสิทธิภาพในการรักษาสิว ผมร่วง โรคเรื้อนกวางหรือแผลเปื่อย ซึ่งยังไม่ได้รับการพิสูจน์ชัดเจนแต่อย่างใด

แหล่งที่พบ

ไบโอตินพบได้ในอาหารหลากหลายประเภท เช่น ตับ ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีท ไข่ นม โยเกิร์ต ยีสต์ ถั่ว บล็อคโคลี่ ดอกกะหล่ำ แครอท เป็นต้น นอกจากนี้ แบคทีเรียในลำไส้ยังสามารถสังเคราะห์ไบโอตินขึ้นมาได้เอง

ปริมาณที่แนะนำ

ไบโอตินที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเอง รวมกับที่ได้รับจากอาหารในแต่ละวัน ถือว่าเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแล้ว การขาดไบโอตินเกิดขึ้นได้น้อยมาก จึงยังไม่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับปริมาณของไบโอตินที่ร่างกายควรจะได้รับในแต่ละวัน

ผลของการขาด
สาเหตุหนึ่งที่อาจจะทำให้ร่างกายขาดไบโอตินได้ก็คือ การรับประทานไข่ขาวดิบในปริมาณมากเป็นระยะเวลานานๆ ทั้งนี้เพราะในไข่ขาวมีสารที่ทำลายหรือลดการดูดซึมไบโอติน อาการที่เกิดขึ้น ได้แก่ ผิวหนังแห้งลอก ตกสะเก็ด ผมร่วง เบื่ออาหาร อาเจียน ซึม อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว คอเลสเตอรอลในเลือดสูงกว่าปกติ และโลหิตจาง

ผลข้างเคียงจากอาหารเสริมไบโอติน
ยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับผลข้างเคียงของอาหารเสริมไบโอตินเมื่อใช้ในปริมาณ 10 ไมโครกรัมต่อวัน อย่างไรก็ตาม หากสังเกตพบสิ่งผิดปกติใดๆ หลังจากใช้ไบโอติน ควรปรึกษาแพทย์หรือ


ธัญพืชเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่กำลังมาแรง ผู้บริโภคนิยมผสมในผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม เช่น นม หรือเครื่องดื่มธัญญาหารสำเร็จรูป ดื่มเพื่อบำรุงร่างกาย

ปัจจุบันมีธัญพืช 4 ประเภทที่กำลังฮิตในบ้านเรา อะไรบ้างและมีประโยชน์อย่างไร นิตยสาร "เชป" ฉบับม.ค.นำเสนอดังนี้

ข้าวสาลี

อุดมด้วยสารอาหารมากกว่า 100 ชนิด มีแร่ธาตุหลักๆ ที่ร่างกายต้องการครบถ้วน มี วิตามินกลุ่มบีคอมเพล็กซ์ เป็นแหล่งโปรวิตามินเอสูงที่สุดในบรรดาอาหารต่างๆ ทั้งยังมีวิตามินซี อี และเคในปริมาณมาก

วิตามินและแร่ธาตุสำคัญๆ จะอยู่บริเวณเปลือกข้าวและจมูกข้าว เครื่องดื่มบางชนิดจึงมักผสมจมูกข้าวสาลีเพื่อเพิ่มคุณประโยชน์

นอกจากนี้ต้นกล้าข้าวสาลี ยังมีคลอโรฟิลล์และออกซิเจนสูง นิยมนำมาคั้นดื่มสดๆ เพื่อล้างพิษในร่างกาย

ลูกเดือย

เป็นธัญพืชให้พลังงานสูง และมีโปรตีนคุณภาพสูง ในตำรายาจีนมักใช้ลูกเดือยบดผสมข้าวต้มกินบำรุงกำลัง

ที่สำคัญ ลูกเดือยยังมีสารอาหารอื่นๆ เช่น วิตามินบี 1 วิตามินเอ โพแทส

เซียม ฟอสฟอรัส แคลเซียม ใยอาหาร และกรดอะมิโน ช่วยให้หลับง่ายขึ้น

ข้าวโอ๊ต


อุดมด้วยใยอาหารชนิดละลายน้ำได้ ซึ่งทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำเล็กๆ คอยดูดซับอาหารจำพวกน้ำตาล แป้งและไขมันในลำไส้เล็ก และนำพาไปยังระบบขับถ่าย จึงช่วยลดคอเลสเตอรอลในกระแสเลือดและลดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ

นอกจากนี้ยังมีใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำ ช่วยเร่งให้อุจจาระเคลื่อนผ่านลำไส้ใหญ่ได้เร็วขึ้น มีสรรพคุณในการป้องกันและแก้ท้องผูก ทั้งนี้ ใยอาหารทั้งสองชนิดพบในเปลือกหุ้มเมล็ดข้าวโอ๊ต จึงควรกินข้าวโอ๊ตที่ไม่ขัดสี

องค์กรอาหารและยา สหรัฐอเมริกา แนะนำให้กินข้าวโอ๊ตเป็นประจำเพื่อลดคอเลสเตอรอลและความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ

งาดำ


มีแคลเซียมสูงกว่านมวัวถึง 6 เท่า อุดมด้วยวิตามินบี 1 บี 2 บี 3 บี 5 บี 6 และ บี 9 และวิตามินอีสูง ช่วยบำรุงประสาท

การกินงาดำเป็นประจำช่วยให้ร่างกายสดชื่น กระฉับกระเฉง และกระดูกแข็งแรง

ในงาดำมีไขมัน ซึ่งจัดเป็นไขมันคุณภาพดี มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง ทั้งยังมีโอเมก้า-3 และโอเมก้า-6 ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด และป้องกันโรคหัวใจ

ในเมล็ดงาดำยังมีกรดอะมิโนบางชนิดที่จำเป็นต่อร่างกายในปริมาณสูง ผู้ที่กินอาหารมังสวิรัติประจำ ควรกินงาดำร่วมกับถั่วเพื่อให้ได้กรดอะมิโนที่จำเป็นอย่างเพียงพอ

วันนี้เรามากินธัญพืชเพื่อสุขภาพกันเถอะ

ไม่มีความคิดเห็น: