วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2552

น้ำยาล้างผักและผลไม้จากยาฆ่าแมลง


น้ำยาล้างผักและผลไม้จากยาฆ่าแมลงและสารเคมี

เนื่องจากปัจจุบันสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปของสภาพดินฟ้าอากาศ สภาวะโรคร้อน แมลงต่างๆ โรคพืชผักต่างๆมากขึ้นดังนั้นเกษตรกรจึงต้องฉีดยาฆ่าแมลงและสารเคมีต่างๆเพื่อป้องกันโรคแมลงและเพื่อเพิ่มผลผลิตให้มากขึ้น เราในฐานะผู้บริโภคจึงต้องระวังสุขภาพและกังวลถึงเรื่องสารเคมีตกค้างในผักและผลไม้ที่เรารับประทานเข้าไป ดังนั้น การล้างผักและผลไม้ที่ไม่สะอาดล้างแบบปกติ ไม่สามารถที่จะล้างสารเคมีหรือยาฆ่าแมลงที่ตกค้างเหล่านี้ออกได้หมด การจะได้รับสารอาหารที่ดีจากผักและผลไม้โดยไม่สูญเสียคุณค่าทางอาหารหรือสูญเสียวิตามินไปนั้นต้องรับประทานแบบสดๆ จึงจะได้สารอาหารประเภทวิตามินในผักบางประเภทที่ไม่ต้องปรุงให้สุกก่อน ส่วนผลไม้นั้นไม่นิยมนำมาปรุงปกติก็ทานสดกันอยู่แล้ว แต่การรับประทานผักสดโดยไม่ผ่านความร้ิอนจึงเสี่ยงต่อการรับสารเคมีเหล่านี้เข้าไปโดยตรง เพราะความร้่อนจะช่วยลดประมาณสารเคมีลงได้บ้าง แต่สารอาหารและคุณค่าทางอาหารต่างๆอาจจะลดลงไป ดังนั้นการรับประทานแบบสดจึ้งจะดีกว่าการรับประทานแบบปรุงด้วยความร้อนแต่ก็เป็นที่ระวังเรื่องของสารเคมีที่ตกค้างถ้าล้างสารเคมีเหล่านั้นออกไปไม้หมดและรับประทานเข้าไปเข้าไปสะสมทำให้ร่างกายเกิดโรคภัยตามมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคมะเร็ง

น้ำยาล้างผักและผลไม้ตัวนี้สามารถล้างยาฆ่าแมลงออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ล้างคราบสกปรกต่างๆ ออกได้อย่างหมดจด เพียงแช่ผักไว้ ไม่เกิน 5 นาที แล้ว จึงใช้มือล้างที่ใบ ก้านและส่วนต่างๆของผักและผลไม้ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด สามารถนำผักและผลไม้มารับประทานได้อย่างไม่ต้องกังวลเรื่องสารเคมีหรือสิ่งสกปรกตกค้าง


โดยเฉพาะการล้างองุ่น บล็อคโคลี่ จะกังวลมากว่าจะล้างสารเคมีหรือยาฆ่าแมลงออกได้ไม่หมด ด้วยน้ำยานี้จะช่วยให้การล้างง่ายขึ้น และทำให้ผักและผลไม้สดกรอบอีกด้วย ไม่ต้องกังวลอีกด้วยว่าจะเหลือสารเคมีของน้ำยาตกค้างที่ผักและผลไม้หลังจากล้างแล้ว เพราะน้ำยาล้างชนิดนี้ผลิตจากน้ำมันมะพร้าวและสารสกัดจากธรรมชาติจึงปลอดภัยต่อผู้ใช้

การทำงานของน้ำยาจะเข้าไปช่วยลดแรงตึงผิวของผักและผลไม้ ทำให้สิ่งสกปรกที่เกาะติดที่บริเวณก้าน ผิวใบและผิวของผลไม้หลุดออกมาอย่างง่ายดายเมื่อเราใช้มือถูทำความสะอาดอีกครั้งก่อนล้างน้ำสะอาดครั้งสุดท้าย

ตัวน้ำยาเป็นที่ยอมรับคุณภาพเยี่ยมสามารถใช้ได้นานเนื่องจากตัวน้ำยามีความเข้มข้นสูงสามารถผสมใช้ได้หลายครั้ง

สำหรับผู้รักสุขภาพที่กำลังมองหาน้ำยาคุณภาพเยี่ยมสำหรับล้างผักและผลไม้ ที่ต่างจากน้ำยาล้างผักและผลไม้ที่ขายกันในท้องตลาด รับประกันคุณภาพ ว่า เยี่ยม จริงๆ ค่ะ

สนใจสินค้าโทรติดต่อสอบถามข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมได้
ติดต่อ e-mail
cssbiz@hotmail.com



คุณรู้จักวิตามิน H หรือยัง

คุณรู้จักวิตามิน H หรือยัง

หลายคนอาจจะรู้จักวิตามิน H ในชื่อของ “ไบโอติน” มากกว่า ไบโอตินจัดอยู่ในกลุ่มวิตามินบี ซึ่งเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ

ประโยชน์ต่อร่างกาย

ไบโอตินช่วยในกระบวนการเผาผลาญไขมัน คาร์โบไฮเดรต และโปรตีน จำเป็นต่อการสังเคราะห์กรดไขมันและกรดอะมิโนเพื่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยให้ระบบประสาททำงานได้ตามปกติ และช่วยบำรุงสุขภาพผิวหนังและผม มักมีการกล่าวอ้างว่า อาหารเสริมไบโอตินมีประสิทธิภาพในการรักษาสิว ผมร่วง โรคเรื้อนกวางหรือแผลเปื่อย ซึ่งยังไม่ได้รับการพิสูจน์ชัดเจนแต่อย่างใด

แหล่งที่พบ

ไบโอตินพบได้ในอาหารหลากหลายประเภท เช่น ตับ ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีท ไข่ นม โยเกิร์ต ยีสต์ ถั่ว บล็อคโคลี่ ดอกกะหล่ำ แครอท เป็นต้น นอกจากนี้ แบคทีเรียในลำไส้ยังสามารถสังเคราะห์ไบโอตินขึ้นมาได้เอง

ปริมาณที่แนะนำ

ไบโอตินที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเอง รวมกับที่ได้รับจากอาหารในแต่ละวัน ถือว่าเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแล้ว การขาดไบโอตินเกิดขึ้นได้น้อยมาก จึงยังไม่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับปริมาณของไบโอตินที่ร่างกายควรจะได้รับในแต่ละวัน

ผลของการขาด
สาเหตุหนึ่งที่อาจจะทำให้ร่างกายขาดไบโอตินได้ก็คือ การรับประทานไข่ขาวดิบในปริมาณมากเป็นระยะเวลานานๆ ทั้งนี้เพราะในไข่ขาวมีสารที่ทำลายหรือลดการดูดซึมไบโอติน อาการที่เกิดขึ้น ได้แก่ ผิวหนังแห้งลอก ตกสะเก็ด ผมร่วง เบื่ออาหาร อาเจียน ซึม อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว คอเลสเตอรอลในเลือดสูงกว่าปกติ และโลหิตจาง

ผลข้างเคียงจากอาหารเสริมไบโอติน
ยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับผลข้างเคียงของอาหารเสริมไบโอตินเมื่อใช้ในปริมาณ 10 ไมโครกรัมต่อวัน อย่างไรก็ตาม หากสังเกตพบสิ่งผิดปกติใดๆ หลังจากใช้ไบโอติน ควรปรึกษาแพทย์หรือ


ธัญพืชเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่กำลังมาแรง ผู้บริโภคนิยมผสมในผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม เช่น นม หรือเครื่องดื่มธัญญาหารสำเร็จรูป ดื่มเพื่อบำรุงร่างกาย

ปัจจุบันมีธัญพืช 4 ประเภทที่กำลังฮิตในบ้านเรา อะไรบ้างและมีประโยชน์อย่างไร นิตยสาร "เชป" ฉบับม.ค.นำเสนอดังนี้

ข้าวสาลี

อุดมด้วยสารอาหารมากกว่า 100 ชนิด มีแร่ธาตุหลักๆ ที่ร่างกายต้องการครบถ้วน มี วิตามินกลุ่มบีคอมเพล็กซ์ เป็นแหล่งโปรวิตามินเอสูงที่สุดในบรรดาอาหารต่างๆ ทั้งยังมีวิตามินซี อี และเคในปริมาณมาก

วิตามินและแร่ธาตุสำคัญๆ จะอยู่บริเวณเปลือกข้าวและจมูกข้าว เครื่องดื่มบางชนิดจึงมักผสมจมูกข้าวสาลีเพื่อเพิ่มคุณประโยชน์

นอกจากนี้ต้นกล้าข้าวสาลี ยังมีคลอโรฟิลล์และออกซิเจนสูง นิยมนำมาคั้นดื่มสดๆ เพื่อล้างพิษในร่างกาย

ลูกเดือย

เป็นธัญพืชให้พลังงานสูง และมีโปรตีนคุณภาพสูง ในตำรายาจีนมักใช้ลูกเดือยบดผสมข้าวต้มกินบำรุงกำลัง

ที่สำคัญ ลูกเดือยยังมีสารอาหารอื่นๆ เช่น วิตามินบี 1 วิตามินเอ โพแทส

เซียม ฟอสฟอรัส แคลเซียม ใยอาหาร และกรดอะมิโน ช่วยให้หลับง่ายขึ้น

ข้าวโอ๊ต


อุดมด้วยใยอาหารชนิดละลายน้ำได้ ซึ่งทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำเล็กๆ คอยดูดซับอาหารจำพวกน้ำตาล แป้งและไขมันในลำไส้เล็ก และนำพาไปยังระบบขับถ่าย จึงช่วยลดคอเลสเตอรอลในกระแสเลือดและลดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ

นอกจากนี้ยังมีใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำ ช่วยเร่งให้อุจจาระเคลื่อนผ่านลำไส้ใหญ่ได้เร็วขึ้น มีสรรพคุณในการป้องกันและแก้ท้องผูก ทั้งนี้ ใยอาหารทั้งสองชนิดพบในเปลือกหุ้มเมล็ดข้าวโอ๊ต จึงควรกินข้าวโอ๊ตที่ไม่ขัดสี

องค์กรอาหารและยา สหรัฐอเมริกา แนะนำให้กินข้าวโอ๊ตเป็นประจำเพื่อลดคอเลสเตอรอลและความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ

งาดำ


มีแคลเซียมสูงกว่านมวัวถึง 6 เท่า อุดมด้วยวิตามินบี 1 บี 2 บี 3 บี 5 บี 6 และ บี 9 และวิตามินอีสูง ช่วยบำรุงประสาท

การกินงาดำเป็นประจำช่วยให้ร่างกายสดชื่น กระฉับกระเฉง และกระดูกแข็งแรง

ในงาดำมีไขมัน ซึ่งจัดเป็นไขมันคุณภาพดี มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง ทั้งยังมีโอเมก้า-3 และโอเมก้า-6 ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด และป้องกันโรคหัวใจ

ในเมล็ดงาดำยังมีกรดอะมิโนบางชนิดที่จำเป็นต่อร่างกายในปริมาณสูง ผู้ที่กินอาหารมังสวิรัติประจำ ควรกินงาดำร่วมกับถั่วเพื่อให้ได้กรดอะมิโนที่จำเป็นอย่างเพียงพอ

วันนี้เรามากินธัญพืชเพื่อสุขภาพกันเถอะ

มะเร็ง

มะเร็ง
น่าตกใจไม่น้อยกับข้อมูลที่ว่า ชาวไทยเสียชีวิตเฉลี่ยชั่วโมงละ 6 คนจากโรคมะเร็ง ซึ่งมีสาเหตุมาจากสิ่งที่เรียกว่า อนุมูลอิสระ

ซึ่งต้นตอของอนุมูลอิสระนั้นมีอยู่ทั้งภายนอกและภายในร่างกายของคนเรา ภายนอกก็ได้แก่ มลพิษในอากาศ ควันบุหรี่ แสงแดด คลื่นความร้อน ฯลฯ ส่วนสารอนุมูลอิสระที่อยู่ภายในก็คือ กระบวนการเผาผลาญออกซิเจนในเซลล์ การย่อยทำลายเชื้อแบคทีเรียของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย

จากการวิจัยพบว่าสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ วิตามินอี วิตามินซี และเบตาแคโรทีน ทั้งสามตัวสามารถกำจัดอนุมูลอิสระได้ โดยวิตามินซีซึ่งละลายน้ำจะทำหน้าที่จับอนุมูลอิสระในเซลล์ที่เป็นของเหลว ป้องกันไม่ให้เซลล์ถูกอนุมูลอิสระทำลาย ส่วนวิตามินอีละลายในไขมัน ช่วยยับยั้งการเกิดอนุมูลอิสระ ส่วนวิตามินเอซึ่งละลายได้ในไขมัน และอยู่ในรูปของเบตาแคโรทีน หรือแคโรทีนอยด์นั้นมีอยู่ในอาหารธรรมชาติกว่า 600 ชนิด ทำหน้าที่ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ยับยั้งการกลายพันธุ์ของเซลล์ ป้องกันเนื้องอก และมีความเกี่ยวข้องกับสุขภาพด้านอื่นๆ เช่น ลดความเสี่ยงการเสื่อมของตา เนื่องจากสูงอายุ ลดการเกิดต้อกระจก โรคหัวใจ และโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดได้เป็นอย่างดี

มังคุด...สรรพคุณเหลือล้น

คนไทยรู้จักการนำธัญพืชต่างๆ จากธรรมชาติมาใช้ในการดูแลป้องกันและรักษาสุขภาพมาตั้งแต่อดีต มังคุดผลไม้ไทยที่ขึ้นชื่อลือชาด้านความอร่อย จนผู้คนให้สมญานามว่า ราชินีผลไม้ไทย ก็เป็นหนึ่งในผลไม้ไทยที่นอกเหนือจากความอร่อยแล้ว ยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณค่าในการป้องกันและรักษาสุขภาพให้กับผู้คนมายาวนาน

จากการศึกษาและวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เพื่อค้นหาสารสกัดจากมังคุด พบว่าผลมังคุดมีสารแซนโทน (Xanthone) มากกว่า 40 ชนิด สารแซนโทนนั้นเป็นสารประกอบตามธรรมชาติที่สามารถพบได้ในผักและผลไม้ ในธรรมชาติสารแซนโทนมีมากกว่า 200 ชนิด ปัจจุบันทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ให้ความสนใจในการศึกษาและวิจัยถึงคุณประโยชน์อันน่ามหัศจรรย์ของสารประกอบจากธรรมชาติชนิดนี้อย่างแพร่หลาย

กลุ่มนักวิจัยชั้นนำในไทยก็มีการศึกษาและวิจัยสารสกัดจากมังคุดอย่างต่อเนื่องมากว่า 31 ปีที่แล้ว คณะนักวิจัยไทย นำโดย ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา นักวิจัยชื่อดัง และหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย ค้นพบว่าแซนโทนที่มีสรรพคุณสูงสุด คือ GM-1 ซึ่งเป็นสารที่มีความปลอดภัยกว่าสารที่ให้รสเปรี้ยวในส้มถึง 5 เท่า

สาร GM-1 มีสรรพคุณในการป้องกันและรักษาโรคมากมาย อาทิ การระงับการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย และยังมีประสิทธิภาพในการฆ่าแบคทีเรียได้เทียบเท่ายาปฏิชีวนะราคาแพง การป้องกันและต้านการอักเสบได้ โดยมีประสิทธิภาพถึง 3 เท่าของแอสไพริน การระงับอาการปวด และลดอาการแพ้ได้ การต้านอนุมูลอิสระได้ดี ช่วยป้องกันโรคหัวใจ ซึ่งมีสาเหตุที่เกิดจาก LDL Cholesterol Oxidation อีกทั้งยังพบว่า สารสกัดจากมังคุดยังช่วยยับยั้งการเจริญและฆ่าเซลล์มะเร็งในร่างกาย โดยไม่สร้างความเสียหายให้กับเซลล์ดีที่อยู่รอบๆ และสามารถระงับการเจริญของเชื้อวัณโรคและเชื้อ HIV ได้

นักวิทยาศาสตร์การแพทย์จากหลากหลายสาขาวิชาการ และการวิจัยทางวิทยาศาสตร์การแพทย์นอกกรอบของศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย โดยได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนงบประมาณจากองค์การมหาชน สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตรและบริษัทมหาชน ทำให้เกิดปฏิบัติการวิจัยต่อยอดเชิงปฏิบัติของสารสกัดธรรมชาติจากมังคุด หรือเรียกกันว่า Operation BIM

ปฏิบัติการสร้างภูมิคุ้มกันสมดุล หรือ “Operation BIM” คือ ปฏิบัติการวิจัยต่อยอดเชิงประยุกต์ของผลการวิจัยสรรพคุณของผลไม้และธัญพืชหลากชนิด แล้วนำมาผสมกันให้เกิดการเสริมประสิทธิภาพ จนเกิดเป็นสารอาหารที่ช่วยปรับระดับภูมิคุ้มกันให้สมดุลที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัยและไร้ผลข้างเคียง อันจะส่งผลให้ประชากรโลกสามารถมีอายุยืนและมีความสุขมากขึ้น พร้อมทั้งยังช่วยให้มีผู้คนมีสุขภาพดียิ่งขึ้นด้วย

ทั้งนี้ เพราะร่างกายสามารถป้องกันสารแปลกปลอมจากภายนอกที่ทำลายสุขภาพ และก่อให้เกิดโรคร้าย เช่น สารเคมีอันตราย เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ตลอดจนเซลล์มะเร็ง และร่างกายสามารถลดอาการผิดปกติ ซึ่งเกิดขึ้นจากสภาวะแพ้ภูมิตัวเอง ที่ส่งผลให้เกิดปัญหาทางผิวหนัง สะเก็ดเงิน กระเพาะและลำไส้อักเสบ ข้อเข่าเสื่อม เบาหวาน อาการแพ้ หัวใจ ตับและไตทำงานผิดปกติ หอบหืด สันนิบาต อาการชัก เป็นต้น

BIM หรือ Balancing Immune เป็นการนำสารธรรมชาติจากผลไม้และธัญพืชหลากหลายมาเสริมประสิทธิภาพกับสาร GM–1 จากมังคุด จนเกิดผลกระตุ้นการหลั่ง Interleukin 2 (อินเตอร์ลิวคิน 2) ซึ่งเป็นชีวโมเลกุลที่เพิ่มภูมิคุ้มกันในร่างกายให้มากขึ้นได้อย่างมหัศจรรย์ แต่ไม่มากเกินไปจนเกิดผลข้างเคียง และเป็นผลจากการลดการหลั่ง Interleukin 1 ซึ่งเป็นชีวโมเลกุลที่ทำให้เกิดการแพ้ภูมิตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง แล้วยังสามารถลดความผิดปกติที่เกิดจากการแพ้ภูมิตัวเองได้อีกด้วย

ที่ผ่านมาสำนักงานอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาได้อนุญาตให้ใช้ Interleukin 2 เป็นยาฉีดเข้าเส้นเลือดและเข้าใต้ผิวหนัง เพื่อรักษามะเร็งขั้นสุดท้าย หลังจากการทดสอบจนแน่ใจว่ามีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย และไร้ผลข้างเคียงแล้ว ทางศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดแห่งชาติจึงจดทะเบียนกับสำนักงานอาหารและยา

“องค์การมหาชนประสานนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ระดับโลกจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของรัฐจากเหนือจรดใต้ ร่วมงานวิจัยปฏิบัติการ “BIM” เพื่อหวังสร้างสุขภาพที่ดีถ้วนหน้าของประชากรโลก ส่งผลให้เกิดอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนที่ใช้ผลไม้และธัญพืชในประเทศไทยเป็นวัตถุดิบ และเกิดมาตรการที่สามารถยกระดับราคาของผลผลิตทางธรรมชาติเหล่านี้อย่างถาวรต่อเนื่อง ความสำเร็จในครั้งนี้เป็นความภาคภูมิใจของคณะนักวิจัยไทย ในการประกาศให้วงการวิทยาศาสตร์การแพทย์ระดับโลกประจักษ์ว่า ผลิตภัณฑ์จากงานวิจัยของคนไทย สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณภาพเป็นหนึ่ง ไม่เป็นสองรองใครในโลกแห่งวิทยาการ” ศ.ดร.พิเชษฐ์ กล่าว

มังคุด...ช่วยคลายร้อน

อากาศร้อนอย่างนี้ ผลไม้ที่ช่วยคลายร้อนได้เป็นอย่างดีก็คือ มังคุด สารแทนนินที่มีในเปลือกมังคุดมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อได้ สามารถนำมาสกัดเป็นเครื่องสำอางสมานผิวได้ผลดีทีเดียว แทนนินนั้นนอกจากมีคุณสมบัติช่วยในการสมานแผล และยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดแผล ฝี หนองแล้ว แทนนินยังสามารถใช้เป็นสารกันบูดในอาหารได้อีกด้วย

สารสกัดจากเปลือกมังคุดมีคุณสมบัติยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่ก่อสิวได้ และยังออกฤทธิ์ต้านเชื้อสิวอักเสบได้ดี นอกจากนี้ยังพบว่าสารสกัดเปลือกมังคุดสามารถออกฤทธิ์ต้านสารอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุการเกิดรอยแผลเป็นของสิวอักเสบสูงถึงร้ 77.8% แสดงให้เห็นว่า สารสกัดจากเปลือกมังคุดสามารถนำมาพัฒนาใช้เป็นผลิตภัณฑ์ในการป้องกันและรักษาสิวอักเสบได้ เราก็จะมีผลิตภัณฑ์ดีๆ ราคาไม่แพงที่เป็นสมุนไพรไทยแท้ๆ ใช้กัน

สุดยอดผลไม้ไทย

กรมอนามัยได้ทำการศึกษาแหล่งอาหารไทยที่มีสารต้านอนุมูลอิสระทั้งสามตัวนี้ เพื่อใช้เป็นข้อมูลส่งเสริมให้ประชาชนทั่วประเทศได้บริโภคสารสำคัญนี้อย่างต่อเนื่องทุกวัน โดยศึกษาผลไม้ที่มีการบริโภคในประเทศไทย 83 ชนิด ในปริมาณ 100 กรัม

ผลไม้ที่มีสารเบตาแคโรทีนมากที่สุด 10 อันดับแรก คือ มะม่วงน้ำดอกไม้สุก (873 ไมโครกรัม) รองลงมา ได้แก่ มะเขือเทศราชินี (639 ไมโครกรัม) มะละกอสุก (532 ไมโครกรัม) มะปรางหวาน (230 ไมโครกรัม) แคนตาลูปเหลือง (217 ไมโครกรัม) มะยงชิด (207 ไมโครกรัม) สับปะรดภูเก็ต (150 ไมโครกรัม) แตงโม (122 ไมโครกรัม) ส้มสายน้ำผึ้ง (101 ไมโครกรัม) และลูกพลับ (93 ไมโครกรัม)

ผลไม้ที่มีวิตามินอีสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ ขนุนหนัง (2.38 มิลลิกรัม) มะขามเทศ (2.29 มิลลิกรัม) มะม่วงเขียวเสวยดิบ (1.52 มิลลิกรัม) มะเขือเทศราชินี (1.34 มิลลิกรัม) มะม่วงเขียวเสวยสุก (1.23 มิลลิกรัม) มะม่วงน้ำดอกไม้สุก (1.1 มิลลิกรัม) มะม่วงยายกล่ำสุก (0.97 มิลลิกรัม) กล้วยไข่ (0.67 มิลลิกรัม) แก้วมังกรเนื้อสีชมพู (0.59 มิลลิกรัม) และสตรอเบอร์รี (0.54 มิลลิกรัม)

ผลไม้ที่มีวิตามินซีมากที่สุด 10 อันดับแรก คือ ฝรั่งกลมสาลี่ (187 มิลลิกรัม) ฝรั่งไร้เมล็ด (151 มิลลิกรัม) มะขามป้อม (111 มิลลิกรัม) มะขามเทศ (97 มิลลิกรัม) เงาะโรงเรียน (76 มิลลิกรัม) ลูกพลับ (73 มิลลิกรัม) สตรอเบอร์รี (66 มิลลิกรัม) มะละกอแขกดำสุก (55 มิลลิกรัม) พุทราแอปเปิล (47 มิลลิกรัม) และส้มโอขาวแตงกวา (45 มิลลิกรัม)

รู้กันอย่างนี้แล้ว จึงไม่ยากสักนิดที่เราจะลดอัตราเสี่ยงการเป็นมะเร็ง แค่พยายามหาผลไม้ไทยที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดีมารับประทานเป็นประจำ เท่านั้นก็ช่วยได้เยอะแล้ว นอกจากดีต่อสุขภาพ การหาซื้อผลไม้ไทยมารับประทานกันเยอะๆ ยังดีต่อเศรษฐกิจของชาติด้วย ในแง่ที่ช่วยลดการนำเข้าผลไม้จากเมืองนอก เงินตราที่ไหลออกนอกประเทศก็น้อยลง

http://campus.sanook.com

ขมิ้นแก้โรคกระดูกพรุน

ขมิ้นแก้โรคกระดูกพรุน

ทราบหรือไม่ว่าการรับประทานขมิ้นก็สามารถรักษาโรคกระดูกพรุนได้ วันนี้มีเรื่องนี้มาฝาก..
การรับประทานแกงที่มี "ขมิ้น" เป็นส่วนประกอบ เช่น แกงกะหรี่ มีส่วนช่วยป้องกันโรคกระดูก ข้ออักเสบ และโรคกระดูกได้
ทีมนักวิทยาศาสตร์สหรัฐ จากมหาวิทยาลัยอริโซนา ระบุว่า ขมิ้นซึ่งมักใช้เป็นส่วนผสมในอาหารประเภทแกงเผ็ด หรือแกงสีเหลืองทั้งหลาย มีสรรพคุณช่วยบำบัดโรคได้
ในวงการแพทย์เอเชียใช้ขมิ้นในการรักษาโรคต่าง ๆ มานานหลายร้อยปี เช่น อาการอักเสบ และพบว่า สารเคอร์คูมิน ที่อยู่ในขมิ้น มีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดโรคข้อต่ออักเสบได้ และช่วยรักษาอาการอักเสบ พอง หรือบวมของโรคอื่น ๆ ได้ เช่น โรคหืด ลำไส้อักเสบ และโรคกระดูก

รู้อย่างนี้แล้ว ถ้าใครไม่อยากเป็นโรคกระดูกพรุน ลองหาขมิ้นมารับประทานกันดูได้.
variety.teenee.com

เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยแอปเปิ้ล

เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยแอปเปิ้ล (เดลินิวส์)

ทราบหรือไม่ว่า แอปเปิ้ลที่ทานกันเป็นประจำ สามารถเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีเรื่องนี้มาบอก...
แอปเปิ้ล ที่ทานกันบ่อยๆ นอกจากจะมีรสชาติที่อร่อยหวานกรอบแล้วนั้น ยังมีคุณสมบัติที่ช่วยมอบความชุ่มชื้นสู่ผิว ทำให้ผิวแลดูสดใสขึ้น เหมาะกับผิวหน้าที่กร้านแดดกร้านลม
วิธีทำ คือ นำ แอปเปิ้ลมาล้างให้สะอาด ปอกเปลือกแอปเปิ้ลออก แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ พอประมาณ แล้วนำไปปั่นในเครื่องปั่นพร้อมผสมนมสดแช่เย็นลงไปเล็กน้อย ปั่นส่วนผสมทั้งหมดจนเข้ากัน แล้วนำส่วนผสมนี้มาพอกหน้าแล้วนวดคลึงเพียงเบาๆ ประมาณ 20 นาที หลังจากนั้นจึงใช้นมสดเย็นๆ ล้างผิวหน้า และตามด้วยการล้างหน้าตามปกติ

ถ้าอยากมีผิวหน้าชุ่มชื้น ลองนำแอปเปิ้ลมาพอกหน้ากันดูได้

แก้ปัญหา รักแร้ดำ

แก้ปัญหา รักแร้ดำ
- หลีกเลี่ยงการเช็ดถูแรงๆ บริเวณผิวใต้วงแขนที่บอบบาง
- หยุดใช้สารเคมีที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือแพ้ทันที เช่น หากแพ้น้ำหอม ควรเปลี่ยนไปใช้โรลออนชนิดที่ไม่มีสารสร้างกลิ่นหอมที่ระบุว่า "Fragrance-Free" โดยสังเกตส่วนประกอบสำคัญบนฉลาก หากมีชื่อสารที่แพ้ ควรหลีกเลี่ยงไปใช้ยาระงับกลิ่นแบบอื่นแทน

ถ้าดำมากหรืออาการไม่ดีขึ้นให้ปรึกษาแพทย์ทันที เช่น ในกรณีที่รักแร้ดำและนูนเหมือนกำมะหยี่ ซึ่งมักพบในคนเป็นโรคเบาหวาน หรือโรคจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Erythrasma เป็นต้น

มาลองใช้สูตรสมุนไพรธรรมชาติ เพื่อช่วยให้ใต้วงแขนขาวเนียน ดังนี้ค่ะ

- มะขาม พืชพื้นบ้านที่เรารู้จักกันดี โดยนำมะขามเปียกผสมกับน้ำผึ้งนิดหน่อยมาทาทิ้งไว้ 5 นาที แล้วล้างออก นอกจากทำให้ผิวขาวใสแล้ว ยังช่วยให้ผิวเนียนนุ่มได้อีกด้วย

- มะนาว ที่เหลือจากก้นครัว ใช้มะนาวเอามาถูรักแร้ทิ้งไว้ 2-3 นาที จึงล้างน้ำออก ส่วนที่เหลือของมะนาวยังใช้ถูตามข้อพับ หัวเข่า ข้อศอกที่ดำๆ ได้อีกด้วย

- เกลือสปา ใช้เกลือขัดผิวถูเบาๆ เน้นว่าเบาๆนะคะ ไม่เช่นนั้นเกลืออาจจะบาดรักแร้เอาได้

ที่มา sanook.com

วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2552

สุขภาพเสื่อมจากคอมพิวเตอร์…ผักผลไม้ช่วยได้


สุขภาพเสื่อมจากคอมพิวเตอร์…ผักผลไม้ช่วยได้
เคยนับดูเล่นๆ ไหมคะว่า วันหนึ่งๆ เราต้องอยู่หน้าคอมพิวเตอร์วันละกี่ชั่วโมง เมื่อไม่นานมานี้ พนักงานหญิงของออฟฟิศแห่งหนึ่งในมณฑลหูเป่ย ประเทศจีน นิยมสวมหน้ากากกันทั่วออฟฟิศ เพราะต้องนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์วันละ 4-5 ชั่วโมง สำหรับคนทำงานอย่างเราๆ ฟังแล้วก็ได้เวลาสังเกตตัวเองว่ามีปัญหาสุขภาพบ้างหรือเปล่า ลองมาเช็คอาการ พร้อมกับดูอาหารที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายกันเลยค่ะ


ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนล้า กล้ามเนื้อเกร็ง ตึง

การรับประทานบร็อกโคลี่ ปลากินทั้งกระดูก เพราะมีแคลเซียมที่จำเป็นต่อการสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาทและต่อการเกร็งคลายกล้ามเนื้อ รับประทาน ผักโขม ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดทานตะวัน จมูกข้าวสาลี ที่มีแมกนีเซียม ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย



ตาอ่อนล้า ตาพร่ามัว

ควรรับประทาน คะน้า พริก ผักปวยเล้ง มันเทศ ผักหวานบ้าน ตำลึง เพราะมีลูเทอินและซีเซนทิน ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสื่อมของศูนย์จอตา ลดความเสี่ยงของการเกิดจอประสาทตาเสื่อมตาได้ นอกจากนี้ควรรับประทาน แครอต ผักปวยเล้ง ฟักทอง เพราะมี เบตาแคโรทีน มีส่วนช่วยป้องกันการเสื่อมของศูนย์จอตา



มีปัญหาผิวหน้า

หากมีปัญหาผิวหน้า เช่น มีริ้วรอยเหี่ยวย่น และสงสัยเหมือนสาวๆ ที่ประเทศจีนว่า อาจเกิดจากรังสีจากคอมพิวเตอร์ ควรรับประทาน ผักผลไม้สีสดทุกชนิด เพื่อเพิ่มสารต้านออกซิเดชั่น นอกจากนี้ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ และรับประทานอาหารเย็นที่ย่อยง่ายและรสไม่จัด เพื่อช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานไม่หนัก ทำให้เริ่มวันใหม่อย่างสบายตัว

นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 253 และ teenee.com

วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

สอนแต่งหน้า เคล็ดลับการแต่งหน้าให้สวย



อยากรู้ไหม?. . . ทำไมคุณถึงแต่งหน้าไม่สวย


ทำไมเขียนขอบตาด้วยอายไลเนอร์ แล้วดวงตายิ่งดูเล็กลง

สาเหตุ : คุณเขียนขอบตาหนักมือเกินไป และเขียนรอบทั้งดวงตา
วิธีแก้ : ครั้งต่อไปเขียนเฉพาะขอบตาบน ลากเส้นเริ่มจากมุมหัวตาไปยังหางตา เขียนให้ชิดแนวขนตาที่สุด ส่วนขอบตาล่างวาดให้เขียนจากปลายหางตาเข้ามา แค่บริเวณกึ่งกลางขอบตา แล้วใช้แปรงฟองน้ำหรือคัตตอนบัดเกลี่ยให้เส้นดูนุ่มนวลยิ่งขึ้น


ทาปาก แล้วเหมือนมีวงแหวนอยู่ปาก
สาเหตุ : คุณใช้ลิปไลเนอร์สีเข้มเกินไป หรือลิปสติกที่ทาสีจางเร็วกว่าปกติ จนทำให้เห็นเส้นโครงรอบปากที่วาดไว้เด่นชัด
วิธีแก้ : ใช้ลิปไลเนอร์แดสีใกล้เคียงกับสีผิวริมฝีปาก เวลาวาดเริ่มจากมุมริมฝีปากบนลากมายังกึ่งกลาง ทำเหมือนกันสองข้างทั้งบนและล่าง จากนั้นใช้ลิปไลเนอร์สีเดิมระบายริมฝีปากด้านในทั้งหมด เพื่อเป็นรองพื้นให้ลิปสติกที่จะทาทับติดทนนานและกลมกลืนกันยิ่งขึ้น


สีผิวหน้าไม่เท่ากับผิวคอ
สาเหตุ : คุณใช้รองพื้นเฉดสีไม่เข้ากับผิวหน้า
วิธีแก้ : เวลาไปซื้อรองพื้นที่เคาน์เตอร์เครื่องสำอาง ควรเทสต์สีและชนิดของรองพื้นอย่างละเอียด เฉดสีที่เหมาะกับผิวของคุณที่สุด คือ สีที่ทาแล้วกลมกลืนเนียนไปกับสีผิว ทดสอบโดยแต้มและเกลี่ยรองพื้นบริเวณขากรรไกร และบริเวณที่เป็นแสงธรรมชาติหรือไฟสีขาว


ปัดมาสคาร่า แล้วขนตาติดกันเป็นก้อนเป็นกระจุก
สาเหตุ : คุณปัดมาสคาร่าเยอะเกินไป มาสคาร่าที่ใช้แห้งเร็วไป หรือไม่ก็เนื้อมาสคาร่าแห้งจนควรทิ้งได้แล้ว
วิธีแก้ : มาสคาร่าส่วนใหญ่มีอายุใช้งานประมาณสามเดือน ถ้านานกว่านี้เนื้อมาสคาร่าจะเริ่มแห้งกรัง ทำให้ปัดขนตาจะจับกันเป็นก้อน วิธีปัดที่ถูกต้องก็คือ เมื่อดึงแปรงปัดออกจากแท่งแล้ว ให้ปาดแปรงที่ริมปากขวดเพื่อให้เนื้อมาสคาร่าส่วนเกินหลุดออกจากแปรงไปบ้าง ปัดขนตา 1-2 ครั้ง อย่ามากกว่านี้ รอให้แห้ง แล้วใช้หวีขนตาจัดระเบียบให้ขนตาเรียงเส้นสวย


ปัดแก้ม แล้วดูเป็นปื้นแดงๆ
สาเหตุ : คุณมือหนักไปหน่อย อีกทั้งใช้สีเข้มเกินไปและปัดผิดบริเวณ หรือไม่ก็ใช้แปรงปัดแก้มเล็กเกินไป
วิธีแก้ : วิธีปัดแก้มให้สวยเด้งระเรื่อเป็นธรรมชาติ ข้อห้ามแรกคือ อย่าใช้แปรงเล็กๆ ที่ติดมากับตลับบลัชออน ควรลงทุนซื้อแปรงขนนุ่มละเอียดใช้ปัดแก้มโดยเฉพาะ ก่อนปัดแก้มให้เคาะผงบลัชออนส่วนเกินออกเสียหน่อย เวลาปัดให้ส่องกระจก อมยิ้ม แล้วปัดตรงบริเวณแก้มที่ยกสูงขึ้นมา เกลี่ยให้กระจายกลืนหายออกไปด้านข้างถึงใบหู
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com