วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ไวรัสตับอักเสบซี

ปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีว่า มะเร็งตับนั้นส่วนใหญ่จะพบในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงและปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดก็คือการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบและหนึ่งในนั้นก็คือ ไวรัสตับอักเสบซี
ใครบ้างที่มีปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี

1. ผู้ที่ฉีดยาเสพติดเข้าเส้นเลือด และการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน

2. การรับเลือดและส่วนประกอบของเลือดก่อนปี 2532

3. การสักตามผิวหนังแบบไม่สะอาด การเจาะหูแบบไม่สะอาด

4. การฟอกเลือดในผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง

5. การผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะ

6. การมีเพศสัมพันธ์กับผู้มีเชื้อไวรัสซี (พบได้น้อย)

7. บุตรได้รับจากมารดาโดยตรงจากการตั้งครรภ์(พบได้น้อย)

อย่างไรก็ตามมีผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีอีก 40% ซึ่งไม่สามารถทราบได้ว่าได้รับเชื้อมาจากสาเหตุใด (SPORADIC CASE) ปัจจุบันพบว่าทั่วโลกมีการติดเชื้อไวรัสซีมากกว่า 100 ล้านคนทั่วโลก และในประเทศไทยพบว่ามีการติดเชื้อไวรัสซี 1-2% ของประชากรไทย

ความสำคัญของไวรัสตับอักเสบซี

เมื่อมีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีแล้วพบว่า 50-90% ของผู้ป่วยจะกลายเป็นไวรัสตับอักเสบซี เรื้อรัง ซึ่งต่างกับไวรัสตับอักเสบบี ซึ่งจะมีโอกาสกลายเป็นตับอักเสบเรื้อรัง 5% เมื่อได้รับเชื้อในวัยผู้ใหญ่ และพบว่าผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีที่มีตับแข็งร่วมด้วย มีโอกาสมีชีวิตอยู่รอดใน 10 ปีเพียง 35% เท่านั้น และไวรัสตับอักเสบซียังเป็นสาเหตุสำคัญของการเป็นมะเร็งตับเมื่อไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง

ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี

จะทราบได้อย่างไรว่าท่านติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี

1. มีปัจจัยเสี่ยงเบื้องต้น

2. มีค่าการทำงานของตับผิดปกติจากการตรวจเลือด (ALT, AST)

3. ตรวจพบ Anti HCV positive

4. ตรวจนับจำนวนไวรัสในเลือด HCV viral load

และที่สำคัญผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซี มักไม่มีอาการอะไรเลย อาจมีอาการอ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัวเล็กน้อย ถ้ามีอาการรุนแรงมักจะเป็นตับแข็งหรือมะเร็งตับแล้ว ซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้

ทำอย่างไรเมื่อทราบว่าตัวเองติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี

ให้รีบปรึกษาอายุรกรรมระบบทางเดินอาหารทันทีเพื่อวางแนวทางการรักษา ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสซีมีโอกาสหายขาดจากโรคได้ถึง 85% เมื่อได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและครบถ้วน

การรักษาโรคไวรัสตับอักเสบซีให้หาย

มีวิธีเดียวเท่านั้นคือได้รับการฉีดยา PEGYLATED INTERFERON ร่วมกับรับประทานยา RIBAVIRIN เป็นเวลา 24 – 48 สัปดาห์ ซึ่งมีโอกาสหายขาดจากโรคได้สูงถึง 85%

วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบซีมีหรือไม่

ไม่มีวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบซีในปัจจุบัน การป้องกันโดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงจึงสำคัญที่สุด

การปฏิบัติตัวของผู้ที่ติดเชื้อไวรัสซี

1. งดเหล้าเด็ดขาด เพราะเหล้าจะทำให้ผู้ป่วยเป็นตับแข็งได้เร็วมากขึ้นหลายเท่า

2. งดหรือหลีกเลี่ยงการทานยาสมุนไพรทุกชนิด เพราะยาสมุนไพรจะทำให้ตับอักเสบมากขึ้น

3. พักผ่อนให้เพียงพอ

4. ออกกำลังกายได้ตามสมควร

5. อย่าปล่อยให้น้ำหนักมาก เพราะความอ้วนจะทำให้ตับอักเสบ ทำให้การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีรุนแรงขึ้น

6. ทานอาหารร่วมกับคนอื่นได้ เพราะเชื้อไวรัสตับอักเสบซี ไม่ติดทางการรับประทานอาหารร่วมกัน

7. พบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอตามแพทย์สั่ง

8. หลีกเลี่ยงการทานยาโดยไม่จำเป็น

9. มีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติ

10. หมั่นตรวจสุขภาพเสมอเพื่อเฝ้าระวังตับแข็ง และมะเร็งตับ

แล้วคุณละมีอาการแบบนี้หรือไม่ ยังไงก็ควรปรึกษาแพทย์นะครับ ใส่ใจสุขภาพกันก่อนเถอะ ก่อนที่จะไม่มีสุขภาพให้ดูแลกันนะครับท่าน

ไม่มีความคิดเห็น: